Categories
เที่ยวภาคเหนือ

“ดอยเสมอดาว” จุดกางเต็นท์นอนนับดาว ตื่นเช้ามากอดทะเลหมอก

                เข้าสู่ช่วงหน้าหนาวแล้ว และก็เป็นที่รู้กันดีว่าอากาศหนาวนั้นจะอยู่กับเราไม่นาน วันนี้เลยอยากจะขอเอาใจสายเที่ยวธรรมชาติที่กำลังมองหาที่เที่ยวสวยๆ บรรยากาศงดงาม ธรรมชาติสมบูรณ์ในหน้าหนาว ด้วยการพาไปทำความรู้จักกับ ดอยเสมอดาว ที่พร้อมจะให้ทุกคนได้ไปนอนชมดาวชิลล์ๆ แถมพอตื่นเช้ามาก็ยังได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกสุดอลังการอีกด้วย บอกเลยว่าใครได้มาจะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน

               ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน พื้นที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขา จึงเหมาะแก่การมานอนกางเต็นท์ชมวิวแบบใกล้ชิดธรรมชาติเป็นที่สุด และถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ดอยที่สูงที่สุด แต่ที่นี่ก็มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามอลังการไม่แพ้ดอยอื่นๆ ในประเทศไทยเลยทีเดียว ทั้งยังเป็นดอยที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก เหมาะแก่การมาเที่ยวพักกายพักใจและพักปอดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งถือเป็นช่วงพีคของดอยนี้ เพราะเป็นฤดูที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดนั่นเอง

               เมื่อขึ้นมาบนดอยเสมอดาว จะมีลานให้นักท่องเที่ยวได้กางเต็นท์ และพักผ่อนทำกิจกรรมกันตามอัธยาศัย ซึ่ง ข้างบนนี้ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากๆ หากมาในช่วงหน้าหนาวและหน้าฝน เราจะตื่นเช้ามากอดทะเลหมอกได้อย่างเต็มปอดกว่าช่วงอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นดอยที่โรแมนติกสุดๆ อีกแห่งหนึ่งเลย

              และจากด้านบนนี้ เราก็ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างสุดสายตา มองลงไปเห็นแม่น้ำน่านไหลผ่านขุนเขา เป็นภาพที่งดงามอลังการชนิดที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองให้ได้

              สำหรับใครที่สนใจจะมานอนนับดาวที่ดอยเสมอดาว ที่นี่เขาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี ซึ่งความงดงามของดอยเสมอดาวก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู แต่จะเปิดให้กางเต็นท์นอนพักค้างแรมได้เฉพาะเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ เท่านั้น ใครที่เป็นสายแคมป์ปิ้ง อย่าลืมจัดสรรเวลามาเที่ยวกันในช่วงนี้นะ

           ส่วนการเดินทาง หากมาจากกรุงเทพฯ ให้มาทางจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านพิษณุโลก จนถึงจังหวัดแพร่ แล้วเข้าสู่ถนนยันตรกิจโกศล ทางหลวงหมายเลข 101 มุ่งหน้าไปยังอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน จากนั้นก็ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนเจ้าฟ้า ทางหลวงหมายเลข 1026 เมื่อถึงอำเภอนาน้อย แล้วก็ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสายนาน้อย-ปางไฮ ทางหลวงหมายเลข 1083 ขับต่อไปอีกเรื่อยๆ ก็จะเห็นป้ายแยกซ้ายเข้าไปทางดอยเสมอดาว

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
tiewkanna

แนะนำ “อควาเรียม” ในไทย เที่ยวได้ทั้งครอบครัว

              สำหรับใครที่มีครอบครัว มีลูกเล็กๆ วันหยุดถ้าไม่รู้จะพาครอบครัวไปเที่ยวไหน อยากแนะนำให้ลองพาเด็กๆ ไปท่องโลกใต้ท้องทะเลกันที่ อควาเรียม เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ทั้งความรู้ และความบันเทิง จะพาครอบครัว เพื่อนๆ หรือคุณแฟนไปเที่ยวก็ดีงามไม่แพ้กัน มาดูกันดีกว่าว่าในประเทศไทย มี อควาเรียม อยู่ที่ไหนบ้าง

อควาเรีย ภูเก็ต (Aquaria Phuket)
ที่นี่นับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บน ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า โดยจัดแสดงภายใต้คอนเซ็ปต์ “An Ocean of Myth and Legend” เป็นการรวบรวมสัตว์น้ำนานาชนิดกว่าห้าหมื่นตัว จาก 300 สายพันธุ์ ภายในมีทั้งหมด 7 โซน ให้เราได้ชมความมหัศจรรย์ของโลกใต้น้ำ และได้ความรู้เกี่ยวกับเหล่าสัตว์น้ำมากมาย

อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ พัทยา (Underwater World Pattaya)
ใครมีวันหยุดแค่ช่วงสั้นๆ แนะนำที่ใกล้ๆ อย่างพัทยาเลยจ้า นอกจากจะได้ไปเดินเล่นถ่ายรูปสวยๆ ในอุโมงค์ปลา และชมสัตว์น้ำนานาชนิด อย่างปลาฉลาม ปลากระเบน และอื่นๆ แล้ว ยังมีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำอีก เช่น ให้อาหารปลาคาร์ฟ และ ทำความสะอาดหลังน้องเต่าทะเล เป็นต้น

คุ้งกระเบนอควาเรียม (Khung Kraben Bay Aquarium)
ถือเป็นสถานที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในจังหวัดจันทบุรี ที่รวบรวมพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำหายากมากมาย ทั้งยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับ อุโมงค์ปลา ที่มีปลาหลากหลายชนิดแหวกว่ายไปมาทักทายผู้ชม รับรองว่าสนุกและเพลิดเพลินไม่แพ้อควาเรียมที่อื่นๆ เลย

ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีษะเกษ อควาเรียม (Sisaket Aquarium)
สถานที่พักผ่อนพร้อมให้ความรู้ในจังหวัดศรีษะเกษ สามารถพาครอบครัวไปชมสัตว์น้ำสายพันธุ์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ปลาทะเล หรือ ปลาน้ำจืด รวมทั้งหมดกว่า 4000 ตัว นอกจากนี้ก็ยังมี อุโมงค์แก้ว 2 ฝั่ง ให้เราได้เดินชมปลา ทำให้รู้สึกเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของโลกใต้น้ำด้วย

SEA LIFE Bangkok Ocean World สยามพารากอน กรุงเทพฯ
ส่วนชาวกรุงก็ไม่น้อยหน้า แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ติดทะเล แต่ในกรุงเทพฯ ก็มีอควาเรียมชื่อดังที่พลาดไม่ได้เหมือนกัน นั่นก็คือ SEA LIFE Bangkok Ocean World ที่สยามพารากอนซึ่งภายในมีโซนต่างๆ ให้เราได้ไปผจญภัยในโลกใต้ท้องทะเลด้วยกันหลากหลายโซน ไม่ว่าจะเป็น โซนแนวปะการัง โซนป่าดิบชื้น โซนเพนกวิน อาณาจักรม้าน้ำ อุโมงค์ใต้ทะเล และอื่นๆ อีกมากมาย แถมยังมีร้านขายของที่ระลึกให้เราได้ซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย

               บอกเลยว่า อควาเรียมในบ้านเรามีหลายที่จริงๆ และนี่ก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ใครอยู่ใกล้ตรงไหน ก็ลองเลือกไปเที่ยวกันได้ตามสะดวกเลยจ้า

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
tiewkanna

ศาลหลักเมืองสวยทั่วไทย ที่ควรแวะไปสักการะ

              เคยได้ยินกันไหมว่าเวลาที่เราเดินทางไปจังหวัดไหน ให้ไปแวะสักการะศาลหลักเมืองของจังหวัดนั้นๆ ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล เดินทางปลอดภัย ทั้งยังเชื่อกันอีกว่าจะช่วยให้ชีวิตของเรามั่นคง สมหวังดั่งที่ปรารถนา วันนี้เราเลยมาแนะนำศาลหลักเมืองสวยๆ ทั่วไทย เพื่อให้ไปไหว้ขอพร เสริมสิริมงคลกัน

ศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี
ในสมัยก่อนศาลหลักเมืองสุพรรณบุรีจะเป็นศาลไม้ทรงไทย แต่ในปัจจุบันได้สร้างศาลให้เป็นรูปวิหารและเก๋งจีน ซึ่งสวยงามอลังการมากๆ โดยองค์เจ้าพ่อหลักเมืองนั้น เป็นประติมากรรมสลักหินนูนต่ำ มีพระนามว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือ พระนารายณ์สี่กร เป็นที่เคารพบูชาของทั้งชาวไทยและชาวจีนอย่างมาก ถ้ามาเที่ยวเมืองสุพรรณ ต้องไม่พลาดที่จะไปสักการะกันให้ได้

ศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์
นับเป็นศาลหลักเมืองที่ความสวยงามมากๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพราะสร้างในรูปแบบศิลปะลพบุรี องค์หลักเมืองมีการแกะสลักลวดลายไว้อย่างประณีตงดงาม มีชื่อเรียกว่า “จตุโชค” โดยมีลักษณะพิเศษ คือ มี 4 เศียร 4 พักตร์ แกะสลักเป็นลายไทย ซึ่งเป็นศิลปะแบบศรีวิชัยทั้งองค์ พูดได้ว่าทั้งงดงามและหาชมได้ยากจริงๆ

ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
เมื่อก่อนเชื่อกันว่า ศาลหลักเมืองแห่งนี้เคยเป็นจุดพักรบของรัชกาลที่ 1 และยังเป็นจุดกำเนิดของเมืองบุรีรัมย์อีกด้วย เลยทำให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์มายาวนาน โดยเสาหลักเมืองแห่งนี้จะมีด้วยกัน 2 ต้น ว่ากันว่า เสาต้นที่ 1 เป็นเสาหลักเมืองที่ตั้งขึ้นเมื่อครั้งสร้างเมือง ส่วนเสาต้นที่ 2 นั้น น่าจะเป็นเสาหลักเมืองที่ตั้งขึ้น เมื่อมีฐานะเป็นจังหวัดบุรีรัมย์

ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช
ความอลังการของศาลแห่งนี้ คือ จะมีถึง 5 อาคารด้วยกัน โดยหลังกลางนั้นเป็นที่ประดิษฐานหลักเมือง มีลักษณะคล้ายกับ ศิลปะศรีวิชัย ส่วนอาคารเล็กอีก 4 หลัง จะเป็นเหมือนเป็นบริวาร 4 ทิศ เรียกว่า ศาลาจตุโลกเทพ มี พระเสื้อเมือง ทรงเมือง พระพรหมเมือง และศาลพรบันดาลเมือง ส่วนองค์เสาหลักเมืองนั้น จะทำด้วยไม้ตะเคียนทอง ที่ได้มาจากภู 4 เขายอดเหลืองในนครศรีธรรมราช

ศาลหลักเมืองตราด
ศาลหลักเมืองตราด นับว่ามีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากศาลหลักเมืองอื่นๆ เป็นอย่างมาก เพราะสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตามความเชื่อแบบจีน รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนอีกด้วย โดยในทุกๆ วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 จะมีการจัดงานที่ชาวจีนเรียกว่า วันเซี่ยกงแซยิด ซึ่งหมายถึงวันเกิดเจ้าพ่อหลักเมืองนั่นเอง

               ต่อไปนี้จะเดินทางไปไหนมาไหน ก็อย่าลืมหาเวลาไปสักการะศาลหลักเมืองกันนะ เพราะหลายๆ แห่งนั้นสร้างไว้อย่างสวยงามอลังการไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวดังๆ เลย

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
tiewkanna

เดือนแห่งความรัก กุมมือแฟนไปเที่ยวไหนดี

                 เป็นที่รู้กันดีว่า เดือน กุมภาพันธ์ นั้นเป็นเดือนแห่งความรักสากล ก่อนเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์หลายคนจึงเริ่มวางแผนว่าจะกุมมือหวานใจไปเที่ยวที่ไหนกันดี ฉะนั้นตามเรามาเช็กลิสต์กันดีกว่า ว่ามีที่เที่ยวไหนมีบรรยากาศสุดโรแมนติก รับวาเลนไทน์กันบ้าง

ขุนวาง เชียงใหม่
ที่เที่ยวสวยสุดโรแมนติก เหมาะกับเดือนแห่งความรักสุดๆ นั่นก็คือ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หรือ ขุนวาง นับเป็นจุดชมดอกพญาเสือโคร่งที่คึกคักของเชียงใหม่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าในช่วงที่ดอกพญาเสือโคร่งบานไปทั่วนั้น ที่นี่จะเป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักดอกไม้เลยทีเดียว นอกจากอากาศหนาว และดอกไม้สวยแล้ว ยังมีไร่สตรอว์เบอร์รีให้ได้เที่ยวชมด้วย ยิ่งถ้ามาในช่วงเก็บเกี่ยว ก็จะได้ชิมกันแบบสดๆ จากต้นเลย

สวนผึ้ง ราชบุรี
ในช่วงเดือนวาเลนไทน์ ใครที่แพลนหาที่เที่ยวกันอยู่ เราขอชวนไปสวีทกันที่ สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพราะที่นี่มีกิจกรรมให้คู่รักได้กระชับความสัมพันธ์กันมากมาย ทั้งการไปเที่ยวฟาร์มเมล่อน ให้อาหารน้องแกะ ไปแช่ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ปิดท้ายด้วยการพักค้างคืนที่รีสอร์ทน่ารักในสไตล์ยุโรป ด้วยบรรยากาศสุดเป็นใจ

วังบัวแดง หนองคาย
ช่วงที่อากาศเย็นๆ บวกกับบรรยากาศของวันแห่งความรักที่อบอวนเป็นสีชมพู เราอยากชวนไปล่องเรือชมวิวสวยๆ กันที่ วังบัวแดง จังหวัดหนองคาย เพราะในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเป็นเวลาที่ บัวแดง หรือ บัวสาย กำลังบานสะพรั่งไปทั่วหนองน้ำ กลายเป็นสีชมพูหวานสดใส เหมาะกับการมาเที่ยวกับคู่รักเป็นที่สุด

เสม็ดนางชี พังงา
ที่เที่ยวดังของจังหวัดพังงา ที่คงมีน้อยคนจะไม่รู้จัก เพราะถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทั้งยังสามารถมองเห็นทั้งทิวทัศน์ของเกาะแก่งต่างๆ และภูเขาหินปูนของอ่าวพังงาได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่แสงอาทิตย์ส่องเป็นประกาย บอกเลยว่าจะต้องหลงรักที่นี่ไปอีกนาน

หาดถ้ำพระนาง กระบี่
ปิดท้ายกันที่ หาดถ้ำพระนาง จังหวัดกระบี่ โลเกชันแสนสวยในฉากสุดประทับใจจากภาพยนตร์รักโรแมนติกอย่าง Friend Zone งานนี้ถ้าได้ไปเที่ยวตามรอย รับรองว่าต้องฟินรับวาเลนไทน์กันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากหาดทรายสีขาวนวล กับน้ำทะเลสีฟ้าใสของชายหาดแล้ว ที่นี่ก็ยังมีวิวของภูเขาหินปูน และถ้ำพระนางที่ตั้งอยู่ตรงริมสุดชายหาด อีกทั้งยังสามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยโรแมนติกสุดๆ

                หวังว่าที่เที่ยวทั้งหมดที่เราได้แนะนำไป น่าจะพอเป็นไอเดียให้คู่รักทั้งหลาย ได้กุมมือกันไปกระชับความสัมพันธ์แบบฟินๆ ในเดือนแห่งความรักนี้กันนะจ๊ะ

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
เที่ยวภาคกลาง เที่ยวภาคอีสาน เที่ยวภาคเหนือ เที่ยวภาคใต้

แนะนำที่เที่ยวฟินๆ ช่วงปลายฝนต้นหนาว

                ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นช่วง ปลายฝนต้นหนาว ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้เที่ยวชมความงามของทะเลหมอก และสูดอากาศสดชื่นกันให้ชุ่มฉ่ำปอด แต่จะมีสถานที่ไหนที่เราสามารถไปชาร์จแบตให้ธรรมชาติเยียวยาได้บ้าง เรามีข้อมูลดีๆ มาแนะนำ

  1. ไร่ชาฉุยฟง / เชียงราย
    นับเป็นไร่ชายอดฮิตที่สามารถเที่ยวได้ทั้งหน้าฝนและหน้าหนาวเลยทีเดียวสำหรับ ไร่ชาฉุยฟง โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะเราจะได้วิวสวยๆ ของไร่ชาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝนเป็นพรอพเก๋ๆ ให้ได้ถ่ายรูปกันแบบแบบพาโนราม่า นอกจากนี้ก็ต้องไม่พลาดลองชาเขียวปั่นกับชีสเค้กชาเขียวที่คาเฟ่ของไร่ชา ซึ่งใช้ชาเขียวจากไร่เองเลยด้วย
  • ผาชะนะได / อุบลราชธานี

เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อของ ผาชะนะได กันมาบ้างจากข่าวพยากรณ์อากาศ เนื่องจากที่นี่เป็นผาที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของประเทศไทย จึงเป็นจุดที่พระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกของประเทศ ผาแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตของ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เมื่อได้ขึ้นไปบนหน้าผาแล้วมองลงมา จะเห็นวิวเบื้องล่างที่สวยงามอลังการมาก นั่นคือวิวของแม่น้ำโขงที่กั้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับลาว ซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจี และทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง

  • ดอยหัวหมด / ตาก
    ดอยหัวหมด เป็นจุดชมทะเลหมอกชื่อดังของจังหวัดตาก ตั้งอยู่ในเขตอำเภออุ้มผาง หากมาเที่ยวที่นี่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากๆ โดยสามารถขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนทะเลหมอกยามเช้า พร้อมกับชมวิวแบบพาโนราม่าได้ โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว แนะนำให้ขึ้นไปดูทะเลหมอกในช่วงตี 5 ถึง 6 โมงเช้า จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด นอกจากทะเลหมอกสวยๆ แล้ว ที่นี่ยังมีทุ่งดอกไม้สีชมพู ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งทั่วดอย จนทำให้ ดอยหัวหมด ในช่วงเวลานั้น ถูกเรียกว่า ดอยชมพู เลยทีเดียว
  • ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง / ยะลา

ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ภาคอื่นๆ เลย สำหรับทะเลหมอก อัยเยอร์เวง ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่สำคัญคือ มีทะเลหมอกให้เราได้เห็นกันแทบทั้งปีอีกด้วย และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ก็คือ การเดินบน สกายวอล์คอัยเยอร์เวง ซึ่งเป็นพื้นกระจกใส ตั้งอยู่บนระดับความสูงกว่า 2,038 ฟุต ยาว 61 เมตร นับว่าเป็นสกายวอล์คที่ยาวที่สุดในอาเซียนเชียวนะ

                แนะนำกันไปครบถ้วนแล้ว สำหรับที่เที่ยวเด็ดๆ ในการชมทะเลหมอกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ใครสะดวกไปที่ไหน ก็เชิญได้ตามอัธยาศัย หรือใครอยากจะไปให้ครบทุกที่ก็ไม่ว่ากันจ้า

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
tiewkanna เที่ยวภาคเหนือ

วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม ลำปาง

วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม ลำปาง

                   เป็นที่รู้กันดีว่าเมืองรถม้าอย่าง ลำปาง นั้นเป็นจังหวัดน่ารักๆ ที่มีสถานที่สวยๆ น่าแวะเวียนไปเที่ยวชมอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม ซึ่งเป็นย่านอยู่อาศัยที่สงบร่มรื่น และใกล้กับสำนักงานป่าไม้ สถานราชการอันเก่าแก่ของลำปาง

                 เดิมที วัดพระแก้วดอนเต้า กับ วัดสุชาดาราม นั้นเป็นคนละวัดกัน เพียงแต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดกัน ต่อมาภายหลังได้จึงมีประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการให้รวมเป็นวัดเดียวกัน ได้ทำการรื้อกำแพงกั้นเขตวัดออก และตั้งชื่อใหม่เป็น วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม จนถึงปัจจุบัน

                วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม เป็นวัดขนาดใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปด้านใน สิ่งที่จะเห็นเป็นอันดับแรกก็คือ หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ รวมถึงศาลเจ้าแม่สุชาดา และศาลเจ้าพ่อทิพย์ช้าง วีระบุรุษแห่งเขลานคร (นครลำปาง) ผู้ปกป้องนครลำปาง และกอบกู้อิสรภาพให้กับชาวลานนาไทยในอดีต

               วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติมายาวนานกว่า ๕๐๐ ปี และเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตนานถึง ๓๒ ปี โดยมีจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า พระเจ้าสามฝั่งแกนเจ้าเมืองเชียงใหม่ ได้จัดขบวนช้างไปรับพระแก้วมรกตจากเชียงราย เพื่อจะอัญเชิญมาประดิษฐานยังนครเชียงใหม่ แต่พอมาถึงทางแยกเมืองนครลำปาง ช้างก็เกิดตื่นวิ่งเตลิดเข้าไปในนครลำปาง จนในที่สุดพระเจ้าสามฝั่งแกนต้องยินยอมให้พระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้วดอนเต้าแห่งนี้เป็นเวลา ๓๒ ปี ก่อนจะอัญเชิญไปประดิษฐานยังเมืองเชียงใหม่ในเวลาต่อมา

              ภายในวัดยังมีสถาปัตยกรรมทางศาสนาให้ได้ชมกันอีกมากมาย ทั้งวิหารหลวงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย วิหารพระเจ้าทองทิพย์ที่สร้างโดยพระนางจามเทวี วิหารลายคำสุชาดารามฝีมือช่างเชียงแสน และวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่มีอายุเก่าแก่พอๆ กับวัด ส่วนภายในก็ยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม รวมถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งล้านนา อันเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุแบบล้านนาไว้ให้ได้ชมกันอีกด้วย

              ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวเมืองลำปาง นอกจากการนั่งรถม้าชมเมืองอันเป็นธรรมเนียมยอดฮิตแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวชมความสวยงามของศิลปะล้านนาที่หาชมได้ยาก พร้อมกับไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองกันได้ที่ วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม แห่งนี้ หากนั่งรถม้าจากห้าแยกหอนาฬิกา ก็แค่บอกเค้าว่าไปวัดพระแก้วดอนเต้า เพียงเท่านี้ก็จะได้ชมความงดงามสุดตระการตาของวัดกันแล้ว

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
เที่ยวภาคเหนือ

น้ำตกแก่งโสภา ณ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

                  น้ำตกแก่งโสภา เป็นน้ำตกแสนสวยที่ซ่อนตัวอยู่ในลำน้ำเข็ก ภายในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เขตเชื่อมต่อ อ.วังทอง และ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เป็นน้ำตกที่สายน้ำไหลดิ่งทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงและมีขนาดกว้าง โดยในช่วงฤดูหนาวน้ำจะใสสะอาดและสวยงามมากเป็นพิเศษ

                  แต่ก่อนน้ำตกแห่งนี้เคยใช้ชื่อว่า น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นตามลักษณะของตัวน้ำตกที่มีความคล้ายกับบันได 3 ขั้น แต่หลังจากปี พ.ศ. 2503 ที่เปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกแก่งโสภา ส่วน แก่งโสภา นั้น จริงๆ แล้วเป็นแก่งน้ำอีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ทางต้นน้ำของน้ำตกไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

                 น้ำตกแก่งโสภา ตั้งอยู่บนเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 71-72 จะมีทางแยกให้เข้าไปต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตก ซึ่งที่นี่จะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 70 เมตร เกิดจากลำห้วยเข็กใหญ่ไหลผ่านหน้าผาหินลดหลั่นกันลงไปเป็นชั้นต่างๆ 3 ชั้น แล้วไหลผ่านไปตามแก่งหินมากมายเป็นน้ำตก และมีแอ่งขนาดใหญ่คอยรองรับน้ำอยู่ทางด้านล่าง สภาพทิวทัศน์โดยรอบค่อนข้างร่มรื่น เพราะถูกปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้น

                การเดินทางเข้าไปยังน้ำตกแก่งโสภา จากที่จอดรถจะต้องเดินเท้าต่อเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร ซึ่งภายในอุทยานได้ทำไว้เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติอยู่ทั่วบริเวณ ทำให้สามารถเดินเล่นออกกำลังกายเพลินๆ ได้ ถ้าหากเหนื่อยก็ยังมีจุดนั่งพักที่ทำเป็นศาลาขนาดเล็กอยู่โดยรอบอีกด้วย

               ภายในอุทยานยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ให้อย่างครบครับ ทั้งห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ ซึ่งประกอบไปด้วยร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านของฝากของที่ระลึกอีกมากมาย นอกจากนี้สำหรับใครที่ต้องการที่พักก็ยังมีบ้านพักสวัสดิการไว้ให้บริการอยู่หลายหลัง พร้อมศูนย์บริการข้อมูลภายใน เรียกว่าทั้งสะดวกทั้งปลอดภัยมากๆ เลยทีเดียว

              บริเวณด้านบนของตัวน้ำตกแก่งโสภา ทางอุทยานได้จัดไว้เป็นพื้นที่สำหรับยืนชมความงามของน้ำตกเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเมื่อเราเข้าไปใกล้ๆ ก็จะได้เห็นตัวน้ำตกที่มีขนาดใหญ่มากๆ ได้ยินเสียงน้ำที่ตกลงสู่พื้นหินดังสนั่น และเต็มไปด้วยละอองไอน้ำ ทำให้รู้สึกได้ถึงความรุนแรงของธรรมชาติอย่างแท้จริง ด้วยน้ำตกมีความสูงชันมาก ตัวน้ำตกจึงทำมุม 90 องศาถึง 3 ชั้น ก่อนสายน้ำจะไหลลดหลั่นลงไปเป็นชั้นๆ ตามแนวผา และไหลผ่านแก่งหินคดเคี้ยว บริเวณรอบๆ ตัวน้ำตก ยังสามารถนั่งชมวิวสวยๆ และรับอากาศดีๆ ได้แบบชิลล์ๆ อีกด้วย

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
เที่ยวภาคเหนือ

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

               หากพูดถึงจังหวัดทางภาคเหนือที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ หลายคนก็คงจะนึกถึงจังหวัดน่าน กันเป็นอันดับต้นๆ ด้วยภูมิประเทศที่มีเทือกเขาสูงมากมาย และยังมีแม่น้ำสายสำคัญอย่าง แม่น้ำน่าน ไหลผ่าน วันนี้เราเลยจะพาไปเยือน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ซึ่งมีเนื้อที่กว้างวางกว่า 6 แสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.หมื่น อ.นาน้อย และ อ.เวียงสา จ.น่าน ตามแนว 2 ฟากฝั่งลำน้ำน่าน จนสิ้นสุดที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์

                พื้นที่ส่วนใหญ่ในอุทยานฯ เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน โดยมีเทือกเขาที่สำคัญ ได้แก่ ดอยขุนห้วยฮึก ดอยแปรเมือง ดอยขุนห้วยหญ้าไทร และดอยหลวง ซึ่งยอดเขาขุนห้วยฮึกนั้น นับได้ว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด คือมีความสูงถึง 1,234 เมตร และเทือกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นต้นน้ำของลำน้ำน่านทั้งสิ้น สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของจังหวัดน่านจึงอยู่ตามแนวลำน้ำน่าน และยอดดอยสูงๆ มากมาย

             หนึ่งในนั้นคือ ดอยผาชู้ เป็นยอดดอยที่มีความสวยงาม ตั้งอยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ โดดเด่น สูงตระหง่านท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้อันเขียวขจี บนหน้าผาชู้นี้เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นแม่น้ำน่านไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง ทั้งยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในฤดูหนาวได้อย่างงดงามมากๆ อีกด้วย

             ยอดดอยอีกแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามไม่แพ้ดอยผาชู้ นั่นก็คือ ดอยเสมอดาว ซึ่งที่นี่จะมีลานกว้างตามสันเขาที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในจุดเดียวกัน ยามค่ำคืนยังใช้เป็นจุดกางเต็นท์นอนดูดาวได้อีกด้วย และที่จุดนี้ จะมองเห็นหน้าผาหัวสิงห์อยู่ที่ปลายสันเขา นอกจากจุดชมวิวอันงดงามแล้ว ที่นี่ยังมีประติมากรรมธรรมชาติ อันเกิดจากการกัดกร่อนของลมฝน ทำให้เกิดเป็นเสาดินที่สวยงาม ซึ่งกินพื้นที่กว่า 20 ไร่ เลยทีเดียว

            ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นการล่องเรือเที่ยว หรือการลงเล่นน้ำที่ใสสะอาด ที่บริเวณ ปากนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ก็มีวิวทิวทัศน์อันงดงาม ให้สามารถนั่งเรือชมวิวในอ่างเก็บน้ำได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีบริการบ้านพักแบบเรือนแพไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วย

             จากข้อมูลทั้งหมดของ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ด้วยสภาพที่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน และจุดเด่นทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นทิวทัศน์อันงดงาม ก็คงจะพอเดากันได้ไม่ยากว่า ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาท่องเที่ยวที่นี่ ก็ควรจะเป็นช่วงตั้งแต่ต้นฤดูฝนจนถึงปลายฤดูหนาว แต่ช่วงที่เหมาะสมและมีอากาศเย็นสบายที่สุด จะเป็นช่วงปลายฤดูฝนต่อกับต้นฤดูหนาว

Categories
tiewkanna เที่ยวภาคเหนือ

พักผ่อนหย่อนใจในสวนพุทธธรรม

                 วัดอุโมงค์มหาเถรจันทร์ หรือมีชื่อที่คนทั่วไปเรียกกันสั้นๆ ว่า วัดอุโมงค์ นั้น ใครได้เห็นชื่อก็คงพอจะเดากันออกว่าวัดนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับอุโมงค์อย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่ทุกคนที่ได้ไปวัดนี้จะต้องเห็นก็คือ อุโมงค์

ซึ่งสาเหตุที่มีการสร้างอุโมงค์ไว้ที่นี่ก็เนื่องมาจากความเลื่อมใสของ “พระเจ้ากือนาธรรมมิกราช” ที่มีต่อพระมหาเถรจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎก จึงโปรดให้สร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระรูปนี้ได้ใช้เป็นสถานที่ในการทำวิปัสสนากรรมฐาน และชื่อของวัดก็ได้ถูกเปลี่ยนจาก วัดเวฬุกัฏฐาราม มาเป็น วัดอุโมงค์ จนถึงปัจจุบัน

                  อุโมงค์ภายในวัดนี้จะก่อด้วยอิฐสีแดง มีทางเข้าหลักทั้งหมด 3 ทาง สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ ผนังอุโมงค์บางส่วนยังคงปรากฏร่องรอยของภาพเขียนจางๆ ให้มองเห็นได้อยู่ นอกจากนี้ก็ยังมีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานตามจุดต่างๆ อยู่อีกเป็นระยะ แต่ที่นี่เขามีข้อห้ามไม่ให้ใช้แฟลชถ่ายภาพ และห้ามสัมผัสกับภาพตามผนัง เพราะในอุโมงค์มีความชื้นมาก นานวันไปภาพก็ทรุดโทรมไปเรื่อยๆ ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

                เมื่ออยู่ในอุโมงค์ซักพักจะรู้สึกเย็นและสำรวมใจได้อย่างอัตโนมัติ หากเดินทะลุอุโมงค์ไปจนสุดด้านหลัง แล้วแหงนหน้ามองขึ้นมาจะพบกับองค์เจดีย์  700 ปี มีลักษณะเป็นทรงระฆังกลมตั้งตะหง่านอยู่ แต่ถ้าต้องการจะขึ้นไปชมใกล้ๆ  ก็เดินออกมาจากอุโมงค์ก่อน แล้วจึงขึ้นไปทางบันไดพญานาคด้านหน้า

               หน้าอุโมงค์จะมีเสาหินขนาดใหญ่ชื่อว่า เสาอโศก ซึ่งสร้างจำลองขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึง พระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ทรงเผยแผ่ศาสนาพุทธที่ยิ่งใหญ่ของโลก ในบริเวณใกล้กันยังพบร่องรอยของพระพุทธรูปเก่าแก่โบราณอีกเป็นจำนวนมาก แม้จะชำรุดผุพัง และถูกมอสส์สีเขียวเกาะ แต่กลับทำให้ดูงดงามไปอีกแบบหนึ่ง

               ใกล้กับเสาอโศก เป็นที่ตั้งของโรงภาพปริศนาธรรม ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมะ และยังมีพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ กับหอสมุดธรรมโฆษณ์ ไว้ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษาหาความรู้ บรรยากาศภายในวัดร่มรื่น เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอยู่โดยรอบ แถมยังมีกลอนธรรมะและคติเตือนใจแปะไว้ตามต้นไม้ต่างๆ ให้เดินอ่านเล่นกันเพลินๆ

              ด้านหลังวัดมีสระน้ำ ให้สามารถมานั่งเล่นผ่อนคลาย และสงบจิตสงบใจ หรือถ้าอยากจะให้อาหารปลาและนก ในบริเวณนี้ก็มีอาหารสัตว์ขายในราคาถุงละ 10 บาท และสำหรับหนอนหนังสือสายธรรมะที่อยากได้หนังสือติดไม้ติดมือกลับบ้าน ที่หน้าวัดก็ยังมีร้านขายหนังสือ ผลงานตีพิมพ์ของพระอาจารย์ชื่อดังหลายท่านให้เลือกซื้อหาอ่านกันอีกด้วย

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
เที่ยวภาคเหนือ

5 ดอยสวยงามน่าไปทั้งสายหมอก และแสงดาว

ดอยที่มีวิวทิวทัศน์ที่งดงามและมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากๆ

แถมยังสามารถนอนชมแสงดาวที่ส่องแสงสวยงามในตอนกลางคืนได้อย่างแจ่มใสสวยงามชัดเจน

ด้วยบรรยากาศทัศนียภาพที่อบอุ่นในสายลมหนาว บทนี้จึงขอนำ 5 ดอยสวยงามน่าไปทั้งสายหมอก และแสงดาว มาฝากทุกคนกัน ใครอยากจะไปเที่ยวบนดอยกันแล้ว เราเดินทางไปด้วยกันเลย

ดอยกาดผี
ดอยกาดผี
  1. ดอยกาดผี จังหวัดเชียงราย

ตั้งอยู่ภายในวนอุทยานดอยกาดผี ในความดูแลของสำนักงานบริหารป่าที่ 15 หรือสำนักงานป่าไม้เชียงราย ความสุขและความสงบจากธรรมชาติ ที่นี่มีให้เราแบบเต็ม ๆ ตระการตากับความสวยงามของธรรมชาติ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด นอนกางเต็นท์ท่ามกลางอากาศเย็น และแหงนหน้ามองท้องฟ้าและพระจันทร์ยามค่ำคืน นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกางเต็นท์ที่น่าสนใจ อยากให้ทุกคนได้ลองไปเที่ยวกันดู

ที่อยู่ : ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

เบอร์โทรศัพท์ : 087 788 9856

เฟซบุ๊ก : วนอุทยานดอยกาดผี

ดอยตาปัง
ดอยตาปัง

2. ดอยตาปัง จังหวัดชุมพร

จุดชมวิวสวยๆของภาคใต้ ในตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสวย ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความงดงามของธรรมชาติในมุมส่วนตัวสุด ๆ เฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน อาจจะมองเห็นทะเลหมอก และชมวิวเขาทะลุได้จากระยะไกล ทั้งนี้การขึ้นไปชมวิวที่ดอยตาปังขึ้นได้เฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เกียร์ หรือนักท่องเที่ยวคนไหนไม่สะดวก ก็สามารถติดต่อผู้ใหญ่บ้านเพื่อใช้บริการรถของชาวบ้านได้เช่นกัน

ที่อยู่ : ตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร

เบอร์โทรศัพท์ : ผู้ใหญ่ประเสริฐ 098 821 9831

ดอยนํ้างาว
ดอยนํ้างาว

3. ดอยนํ้างาว จังหวัดน่าน

อยู่ในเขตตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จากเดิมพื้นที่บนดอยแห่งนี้ มีลักษณะเป็นภูเขาหัวโล้น จากการตัดไม้ทำลายป่า หากแต่ในภายหลัง พื้นที่แห่งนี้ได้รับการดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับมาสวยงามและสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยทำเลที่ตั้งที่สวยงาม บนยอดเขาสูงกว่า 820 เมตร มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้เกือบรอบ ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินได้สบาย ๆ ทะเลหมอกทั้งในฤดูฝนและหนาว อากาศโดยรวมเรียกว่าเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี ลองใครได้มาเที่ยวจะรู้เลยว่า ธรรมชาติของดอยน้ำงาวในวันนี้ สวยงามมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ที่อยู่ : ตำบลบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

ดอยฟ้างาม
ดอยฟ้างาม

4. ดอยฟ้างาม จังหวัดลำปาง

ตั้งอยู่ที่บ้านสาแพะ ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม เป็นดอยสูงที่ล้อมรอบด้วยวิวทิวทัศน์ที่งดงาม สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังเป็นที่เที่ยวที่คนยังไม่รู้จักมากนัก โดยจุดชมวิวที่นี่มีลักษณะเป็นลานโล่งกว้าง ความสวยงามของทะเลหมอกยามเช้า พร้อมกับแสงอาทิตย์อุ่น ๆ ยามเช้า

ที่อยู่ : บ้านสาแพะ ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

เบอร์โทรศัพท์ : 086 429 6038

เฟซบุ๊ก : ดอยฟ้างาม บ้านสาแพะ ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

ดอยสวนยาหลวง
ดอยสวนยาหลวง

5. ดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน

ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา การเดินทางมาเที่ยวที่ดอยสวนหลวงยา นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องติดต่อไกด์เจ้าถิ่น อย่าง พี่กริช ผ่าน เฟซบุ๊ก ท่องเที่ยวดอยสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ โดยพี่กริช จะทำหน้าที่เป็นทั้งไกด์และคนดูแลเราไปตลอดทั้งทริป ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวเอง ด้วยเพราะเส้นทางขึ้นค่อนข้างลำบาก ทางเป็นหลุมลึก แคบและชัน ถ้าฝนตกก็จะยิ่งลำบาก ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้นอนพักบ้านพักแบบโฮมสเตย์ ได้กินอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ รวมถึงยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านที่แสนเรียบง่ายอีกด้วย

ที่อยู่ : หมู่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

เบอร์โทรศัพท์ : 096 952 2223

เฟซบุ๊ก : ท่องเที่ยวดอยสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ

นี่ก็คือ 5 ดอยสวยงามน่าไปทั้งสายหมอก และแสงดาว ที่นำมาฝากกัน ใครอยากจะเดินทางไปเที่ยวที่ดอยที่นำมาฝากนี้ ก็เดินทางไปตามช่องทางที่แนบไว้ให้ด้านบนกันได้เลย แล้วบทหน้าเรามาพบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าสนใจที่จะไปสรรหามาฝากกันได้อีกในทุกสัปดาห์ จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนกันบ้าง เราต้องมาติดตามกันต่อ

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน