Categories
tiewkanna

น้ำตกโตนรากไทร สระบุรี ที่เที่ยวธรรมชาติฟินๆ ช่วงหน้

                วันหยุดในช่วงหน้าฝนนี้ ขอเชิญทุกคนไปสัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ภายใน อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี พร้อมชมความงามของ น้ำตกโตนรากไทร ซึ่งสามารถเดินทางได้ง่ายๆ ไม่ต้องเข้าป่าลึกให้เหนื่อย ก็ได้เล่นน้ำเย็นๆ กลางธรรมชาติกันแล้ว

               น้ำตกโตนรากไทร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปเพียง 400 เมตรเท่านั้น จึงเข้าถึงได้สะดวก แม้เป็นคนไม่ชอบการเดินป่าก็เข้าไปได้ง่ายๆ เลย แถมยังมีการดัดแปลงเส้นทางให้เดินทางง่ายขึ้นด้วย เป็นน้ำตกชั้นเดียว ไหลลงมาจากผาหินสูง 7 เมตร แม้จะมีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่กลับมีชั้นน้ำที่สวยงาม รายล้อมไปด้วยป่าเขาอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งรวมของพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด และยังเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์ป่าท้องถิ่นอีกมากมาย

              ฤดูกาลที่เหมาะแก่การไปเที่ยว น้ำตกโตนรากไทร คือ ช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำใสไหลเย็นให้เราได้ไปเล่นน้ำกันในแอ่งได้แบบสบายๆ ทั้งยังได้ชมความงามของน้ำตกได้เต็มที่ เพราะไฮไลท์อย่างหนึ่งของน้ำตกโตนรักไทร คือ การมีแอ่งน้ำธรรมชาติหลายแห่ง ที่เหมาะสำหรับว่ายน้ำและพักผ่อน ถือเป็นการบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

ลองจินตนาการว่าตัวเองได้แช่ตัวอยู่ในน้ำเย็นใส ล้อมรอบด้วยเสียงของธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ป่าดูสิ มันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขแค่ไหน ฉะนั้นไม่แนะนำให้ไปในช่วงหน้าแล้ง เพราะน้ำอาจไม่มีเลย อาจไปเสียเที่ยวได้

              นอกจากเล่นน้ำ และชมความสวยงามของน้ำตกแล้ว ที่นี่ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ให้ได้เดินป่าสัมผัสธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด โดยจะเป็นเส้นทางที่ผ่านน้ำตกโตนรากไทร อ่างเก็บน้ำเขาสามหลั่น น้ำตกสามหลั่น และไปสิ้นสุดที่ลานอเนกประสงค์ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ ใช้เวลาเดินทางรวม 90 นาที

เป็นเส้นทางที่จะมอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่แสวงหาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ เพราะในขณะที่เดินสำรวจเส้นทางเหล่านี้ จะพบกับพันธุ์ไม้และสัตว์มากมาย ตั้งแต่กล้วยไม้สีสันสดใส ไปจนถึงลิงขี้เล่นที่แกว่งไกวไปมาจากยอดไม้

             น้ำตกโตนรากไทร เปรียบเหมือนเป็นโอเอซิสธรรมชาติอันงดงาม ที่มีไว้สำหรับผู้ที่แสวงหาความผ่อนคลายในอ้อมกอดธรรมชาติ ด้วยความงามอันน่าทึ่ง บรรยากาศอันเงียบสงบ และโอกาสในการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่จะดึงดูดประสาทสัมผัสของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรักธรรมชาติ ชื่นชอบการผจญภัย หรือเพียงแค่ต้องการพักผ่อนอย่างเงียบสงบ

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
tiewkanna

ท่องเมือง “ตาก” แหล่งธรรมชาติสุดปัง

                เป็นที่รู้กันดีว่า ตาก เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของธรรมชาติสุดอลังการและหลากหลาย ถูกใจสายเที่ยวธรรมชาติยิ่งนัก วันนี้เราเลยขอชวนทุกคนไปเช็กอินที่เที่ยวตากแบบจัดเต็ม ใครพร้อมแล้วก็ตามมาเลย ธรรมชาติสวยๆ กำลังรออยู่

น้ำตกปิตุ๊โกร หรือ น้ำตกเปรโต๊ะลอซู น้ำตกที่มีความสูงราว 500 เมตร โดยไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้คือ ลักษณะของน้ำที่ไหลลงมาบรรจบกันจากทางซ้ายและขวา ทำให้มีรูปทรงคล้ายรูปหัวใจสวยงาม แม้การเดินทางเข้าไปถึงตัวน้ำตกจะค่อนข้างยากลำบาก แต่ถ้าใครเข้าไปถึงแล้วก็ต้องหายเหนื่อยเพราะความงามของน้ำตกแห่งนี้อย่างแน่นอน

ถ้ำสีฟ้า แลนด์มาร์คสุดอันซีนที่เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ตั้งอยูในตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด เป็นถ้ำที่มีผนังหินสีฟ้า ลวดลายงดงาม อีกทั้งยังมีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติมาช่วยตกแต่งให้ภายในถ้ำดูสวยอลังขึ้นไปอีก นอกจากนี้ทั้งปากทางเข้าและภายในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

ออนเซ็นโป่งคำราม หรือ อโรคยาศาลโป่งคำราม เป็นน้ำพุร้อนขนาดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาจากดิน อุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียส ไฮไลท์ของที่นี่คือห้องอาบน้ำร้อนในสไตล์ออนเซ็นญี่ปุ่นที่เอาน้ำแร่ธรรมชาติมาปรับแต่งเพื่อให้เหมาะแก่ร่างกาย คนไทยเข้าแช่ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนใครที่ปวดเมื่อยมากๆ ก็สามารถไปนวดแผนไทยต่อกันได้ที่เฮือนอโรคยา

ม่อนหมอกตะวัน จุดชมวิวทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดตาก เดิมเคยเป็นพื้นที่การเกษตรของชาวเขาเผ่าม้ง ต่อมาได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ผู้คนมาเยือน และกางเต็นท์นอนท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ถ้ามาถูกเวลาก็จะได้พบกับดอกไม้ที่บานสะพรั่งไปทั่วทุ่ง

เขื่อนภูมิพล เขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใช้สำหรับผลิตไฟฟ้า เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้พวกเราได้ไปชมธรรมชาติอันหลากหลาย เช่น เกาะวาเลนไทน์ ดอยเจ้าพ่อหลวง และสถานที่อื่นๆ อีกมาย

ดอยสอยมาลัย พิกัดสุดท้าทายของสายลุย เป็นยอดดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,664 เมตร ตั้งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 2 จังหวัด ได้แก่ ตากและเชียงใหม่ โดยจะมีเส้นทางไต่ไปตามสันเขา ซึ่งระหว่างทางเราก็จะได้ชมวิวและสัมผัสธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม เมื่อขึ้นไปถึงบนดอยจะจุดกางเต็นท์ถึง 3 จุดด้วยกัน คือ พร้อมให้เราได้ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกหนาๆ ได้อย่างชัดเจน

                 ที่เที่ยวสวยเยอะขนาดนี้ สายรักธรรมชาติที่ยังไม่เคยไปเที่ยวจังหวัด ตาก คงพูดได้คำเดียวว่าพลาดมาก

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
เที่ยวภาคอีสาน

“ภูห้วยอีสัน” ที่เที่ยวลับเมืองหนองคาย จุดชมวิวทะเลหมอกได้แบบ 360 องศา

               วันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุยแดนอีสาน ค้นหาที่เที่ยวลับเมือง หนองคาย นั่นก็คือ จุดชมวิวทะเลหมอก ภูห้วยอีสัน ที่ต้องบอกว่ายังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย ทั้งธรรมชาติสวยงามริมน้ำโขง และวัฒนธรรมที่น่ารักของคนในท้องถิ่น รับรองว่าต้องประทับใจกันอย่างแน่นอน 

           ภูห้วยอีสัน ตั้งอยู่ในเขตตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ถือเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกได้แบบพาโนรามา คือ สามารถมองเห็นธรรมชาติที่สวยงามไปไกลสุดลูกหูลูกตา และเมื่อทอดสายตาลงด้านล่างก็จะเห็นวิวของแม่น้ำโขงซึ่งกำลังไหลผ่านลงไปตามทิวเขา เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยิ่งสวยงามราวกับภาพในฝันเลยทีเดียว 

                หากใครจะมาเที่ยวชมวิวที่นี่ ขอแนะนำให้มาในช่วงเช้ามืดจะดีที่สุด โดยกะเวลาให้มาถึงจุดชมวิวในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังขึ้น เพราะจะเกิดภาพไฮไลท์ที่งดงามที่สุด คู่ควรแก่การกดชัตเตอร์อย่างที่สุด และควรค่าที่สุดหากจะเก็บภาพนี้ไว้ในความทรงจำ โดยแสงทองของพระอาทิตย์จะตกกระทบลงพาดทะเลหมอกอย่างสวยงาม ใครที่เป็นสายกรีน สายธรรมชาติ ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

                ต้องบอกไว้ก่อนว่า การเดินทางขึ้นไปบนภูห้วยอีสันนั้นไม่สามารถใช้รถส่วนตัวขึ้นไปได้ จะต้องไปขึ้นรถอีแต๋นของชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆ ทางขึ้นภู โดยให้สังเกตป้ายที่เขียนว่า รถขึ้นจุดชมวิว ส่วนอัตราค่าบริการนั้นจะไม่แน่นอน ขึ้นลงตามช่วงเทศกาล 

แต่เชื่อเถอะว่าการนั่งรถอีแต๋นขึ้นไปบนภูนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ และสนุกสนานมาก เพราะระหว่างทางขึ้นจะมีป่าให้ได้ชมไปตลอดทาง บรรยากาศก็สดชื่น รถอีแต๋นจึงถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของภูห้วยอีสันเลยก็ว่าได้

           จุดชมวิวบนภูห้วยอีสันจะมีด้วยกัน 2 จุด โดยจุดแรกคือจุดที่รถอีแต๋นมาจอดให้นักท่องเที่ยวลง จะมีลานชมวิวยื่นออกมา มีจุดถ่ายรูปสวยๆ และยังมีร้านขายของเล็กๆ สำหรับใครที่อยากหาของกินรองท้องอย่างกาแฟ โกโก้ และบะหมี่ถ้วย ถือเป็นการจิบกาแฟชมวิวที่ได้ฟีลไปอีกแบบ 

               ส่วนจุดที่ 2 จะอยู่สูงขึ้นไปอีกหน่อย ต้องเดินขึ้นไปอีก 200 เมตร แต่สามารถมองเห็นวิวได้แบบกว้างขวางและสวยงามตราตรึงใจกว่าจุดแรกมาก จึงเป็นจุดชมวิวยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวมักจะมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ใครที่เป็นสายรักธรรมชาติ รับรองว่ามาแล้วจะต้องหลงรัก ภูห้วยอีสัน อย่างแน่นอน 

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
เที่ยวภาคอีสาน

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว วัดเรืองแสง อัศจรรย์แห่งแรงศรัทธา

                  อุบลราชธานี จัดว่าเป็นจังหวัดใหญ่น่าเที่ยวจังหวัดหนึ่งแห่งภาคอิสาน เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย หลากหลาย ทั้งแหล่งธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรม วันนี้เราเลยจะพาสายบุญไปสักการะวัดสวยที่มีชื่อว่า วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่หลายๆ คนเรียกกันว่า วัดเรืองแสง

                วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า วัดภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ความพิเศษคือ ได้มีการจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์ หรือ เขาไกรลาศ มาไว้ที่นี่ โดยบนยอดเขาเราจะมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองโดดเด่นงดงาม และด้านหลังของอุโบสถจะเป็นงานจิตรกรรมเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ ซึ่งในเวลากลางคืนจะสวยงามมากๆ โดยต้นไม้เรืองแสงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิตในภาพยนตร์เรื่องอวตาร เป็นการใช้สารเรืองแสง หรือ สารฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งจะรับแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน แล้วฉายแสงออกมาในตอนกลางคืน ขอแนะนำให้ไปในคืนเดือนมืด เพราะยิ่งมืดเราก็จะยิ่งเห็นการเรืองแสงของต้นกัลปพฤกษ์และดวงดาวได้ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง

  

                 ในส่วนของตัวอุโบสถนั้น มีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง ประเทศลาว เสาแต่ละต้นลงลวดลายด้วยมืออย่างประณีต รอบนอกเป็นลายดอกบัวและสัตว์ต่างๆ ตามคติบัว 4 เหล่า หัวใจหลักคือ การนำเสนองานศิลปะที่เกิดจากความสงบ ความเพียร ความอดทน และวิสัยทัศน์ อย่างแนวคิดการจำลองให้วัดเป็นเขาพระสุเมรุ ตรงกลางของพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของพระประธาน พร้อมกับได้ทำฉากหลังเป็นต้นโพธิ์

               นอกจากความงดงามอันน่ามหัศจรรย์ของพระอุโบสถแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีจุดชมวิวที่สวยงามด้วย ซึ่งเป็นวิวของแม่น้ำโขง และทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาว สามารถมองเห็นด่านสากลช่องเม็กได้อย่างสวยงาม รวมถึงอ่างเก็บน้ำที่อยู่บริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตก จะมองเห็นเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจมากๆ

               ด้วยวัดแห่งนี้ผู้ริเริ่มคือ ท่านพระอาจารย์บุญมาก ซึ่งเป็นคนฝั่งลาวจำปาสัก ได้เข้ามาเผยแพร่อบรมสมาธิทางฝั่งไทย และได้ปักกลดอยู่ที่ภูพร้าวตั้งแต่ปี 2497 เมื่อปี 2498 ท่านก็ได้กลับไปยังประเทศลาว จนกระทั่งปี 2542 พระครูกมล ลูกศิษย์ของท่านก็ได้บูรณะให้กลับมาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเช่นเดิม จนถึงปัจจุบัน

               แนะนำว่าหากต้องการเก็บภาพความงามของวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว แนะนำให้นำกล้องถ่ายรูปไปด้วย เพราะถ้าถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือ จะได้ภาพเรืองแสงที่สวยน้อยกว่า ถ้ามีโอกาสได้ไปอุบลฯ ก็อย่าลืมไปชมความสวยงามของวัดแห่งนี้กันให้ได้

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
เที่ยวภาคเหนือ

สัมผัสวิวทุ่งนาท่ามกลางสายหมอก ณ บ้านป่าบงเปียง

              ใครที่เป็นสายรักธรรมชาติ ชอบเที่ยวสัมผัสความเขียวชอุ่มของทุ่งนาและป่าเขา รับรองว่าจะต้องหลงรัก บ้านป่าบงเปียง อย่างแน่นอน เพราะที่นี่รายล้อมไปด้วยทุ่งนาขั้นบันไดสีเขียวขจี ที่หาชมได้ยากหากไม่ใช่พื้นที่ทำนาบนภูเขา

              บ้านป่าบงเปียง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่นาขั้นบันไดที่เราสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของทุ่งนาสีเขียวบนเนินเขาสูงที่อยู่สลับซับซ้อนกันไปได้แบบปังๆ ยิ่งถ้ามาในช่วงปลายฝนต้นหนาว ก็จะยิ่งเป็นช่วงที่สวยมากๆ รับรองว่าได้รูปวิวสวยๆ กลับไปเพียบแน่นอน

                ไฮไลท์ของ บ้านป่าบงเปียง ก็คือวิวทุ่งนาขั้นบันได ซึ่งถ้าใครอยากจะมาเห็นสีเขียวขจีไปทั่วทั้งภูเขา แนะนำว่าต้องมาช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ของทุกปี เพราะถ้าไม่ใช่ช่วงนี้นาข้าวก็จะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล จากสีเขียว ก็จะเริ่มกลายเป็นสีเหลืองทองนั่นเอง

                นอกจากไฮไลท์ คือ นาขั้นบันไดแล้ว บริเวณรอบๆ ของหมู่บ้านเองก็ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และภูเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องไม่พลาดเด็ดขาดก็คือ การตื่นมาชมทะเลหมอกยามเช้าให้ได้ โดยเราสามารถนั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ รับวันใหม่พร้อมกับชมวิวทะเลหมอกสุดอลังการไปด้วย บรรยากาศสุดฟินเกินจินตนาการเลยล่ะ ส่วนในช่วงเย็นก็ยังสามารถนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ลับขอบฟ้าหายเข้าไปในภูเขาได้ด้วยเช่นกัน

                 สำหรับใครที่อยากจะมาเที่ยวที่ บ้านป่าบงเปียง ได้แบบฟินๆ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องของจังหวะเวลานั้นสำคัญ เนื่องจากเป็นที่เที่ยวที่มีช่วงฤดูกาลของการปลูกข้าวเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยถ้ามาในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ต้นข้าวจะยังเป็นต้นกล้าเล็กๆ ทำให้มองเห็นน้ำในท้องนเป็นนาด้วย ถือเป็นทิวทัศน์ที่สวยน่ามองไปอีกแบบ แต่ถ้าอยากเห็นข้าวสีเขียวๆ เต็มท้องทุ่งนา ก็ต้องมาตั้งแต่กันยายน ไปจนถึง ตุลาคม ช่วงนี้เท่านั้น และสุดท้ายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวิวท้องนาที่เต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองอร่าม ก็ต้องมาในช่วงปลายเดือนตุลาคม เป็นต้นไป

               ในส่วนของที่พักนั้น ใครที่อยากจะมานอนพักกลางวิวธรรมชาตินาขั้นบันไดแบบนี้ สามารถเลือกที่พักกันได้ตามความสะดวกและความชอบ เพราะที่พักที่นี่นั้นมีมากมายหลากหลายรูปแบบไว้รอให้บริการ หรือจะเอาเต็นท์มากางนอนเองก็ยังได้ ใครอยากรู้ว่าที่บ้านป่าบงเปียง แห่งนี้ วิวจะสวยอลังการสมคำล่ำลือจริงไหม หนาวนี้ก็เตรียมจัดทริปแล้วมาพิสูจน์กันได้เลย

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน

Categories
tiewkanna

แนะนำเกาะสวยแห่งท้องทะเลอันดามัน ในประเทศเมียนมา

             หน้าร้อนปีนี้ ใครที่เบื่อเที่ยวทะเลไทยแล้ว เราอยากจะชวนให้ลองไปเที่ยวเกาะสวยๆ ในทะเลอันดามันของทางฝั่งประเทศเมียนมาดูบ้าง บอกเลยว่าฮอตสุดๆ ไม่แพ้บ้านเราเลยล่ะ แต่จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันได้เลย

  1. เกาะบรูเออร์ (Bruer Island)
    เกาะในทะเลเมียนมา ที่สวยงามจนได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักทะเล และการดำน้ำ เพราะที่นี่น้ำทะเลใสมากๆ รวมถึงความสวยงามของปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาการ์ตูนอีกหลายชนิด นอกจากนี้ก็ยังมีชายหาดสุดพิเศษ คือ หาดคู่ (Twin Beach) ซึ่งเราสามารถเดินข้ามไปมา 2 ฝั่งได้เพียงไม่กี่ก้าว ซึ่งการเดินทางไป เกาะบรูเออร์ นั้น คนไทยสามารถขึ้นเรือออกจากจังหวัดระนองได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของการเปิดเกาะให้ท่องเที่ยวของประเทศเมียนมาด้วย
  • เกาะค็อกคอมบ์ (Cock Comb Island) หรือ เกาะหัวใจมรกต
    ด้วยรูปร่างของเกาะที่คล้ายกับหัวใจสีเขียวมรกตกลางทะเลอันดามัน เกาะนี้จึงมีชื่อเรียกว่า เกาะหัวใจมรกต นั่นเอง เกาะค็อกคอมบ์นั้นเป็นเกาะฝั่งประเทศเมียนมาที่ติดกับจังหวัดระนองเช่นกัน เป็นเกาะในทะเลอันดามันที่สวยงาม ซึ่งติดกับหมู่เกาะสุรินทร์ ไฮไลท์ของที่นี่ คือ เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นเป็นภูเขาที่โอบล้อมทะเลไว้ ซึ่งทะเลด้านในตรงกลางก็จะเป็น “รูปหัวใจสีเขียวอมฟ้า” สวยงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว นอกจากนี้บริเวณรอบของเกาะยังเต็มไปด้วยปะการังสวยงาม และยังมีปลานีโม่หรือปลาการ์ตูนให้เราได้เจอกันแบบง่ายๆ อีกด้วย
  • เกาะฮอร์ทชู (Horseshoe Island) หรือ เกาะเกือกม้า
    อีกหนึ่งเกาะสวยที่ทุกคนจะต้องหลงรัก เหตุที่ได้ชื่อว่า “เกาะเกือกม้า” นั้นก็เพราะว่าลักษณะของเกาะคล้ายกับรูปเกือกม้านั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วการมาเที่ยวเกาะนี้มักจะเป็นทริปเที่ยว 1 วันพ่วงอยู่ในโปรแกรมเที่ยวเกาะหัวใจมรกตอยู่แล้ว ทำให้การไปเที่ยวที่นี่ไม่ยาก และอีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การดำน้ำดูปะการัง โดยเราสามารถเดินลงจากชายหาดไปดำน้ำที่หน้าเกาะได้เลย
  • เกาะลอร์ด เฮฟเว่น (Lord Heaven Island)
    เกาะสวยในทะเลเมียนมา ซึ่งเป็นหนึ่งใน หมู่เกาะมังกร ที่ยังคงความสวยงามทางธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน จนถูกขนานนามว่า “ราชาแห่งสวรรค์” เพราะที่นี่มีชายหาดสีขาวละเอียด นุ่มเท้า โอบล้อมด้วยภูเขา บนตัวหาดเองก็ยังเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม นอกจากนี้เรายังสามารถเดินทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งได้ ซึ่งหลังเกาะจะเป็นอ่าวเล็กๆ ชื่อ Shark Bay เป็นก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายครีบฉลามโผล่เหนือน้ำ สวยงามแปลกตา เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ

              เที่ยวทะเลไทยมาเยอะแล้ว ว่างๆ ลองหาเวลาไปเที่ยวทะเลอันดามันฝั่งเพื่อนบ้างกันดูบ้าง ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
tiewkanna

“ดอยสวนยาหลวง” ที่เที่ยวน่าน เสพธรรมชาติกรีนๆ

           ถ้าพูดถึงการไปเที่ยวจังหวัดน่าน หลายคนก็คงจะเน้นการเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์กันเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่าจังหวัดน่านนั้นก็มีที่เที่ยวแนวแอดเวนเจอร์อยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ ดอยสวนยาหลวง อีกหนึ่งที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยอลังการ และมีบรรยากาศที่ใครมาแล้วต้องฟินสุดๆ

           ดอยสวนยาหลวง ตั้งอยู่ในเขตบ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อยู่ภายในความดูแลของหน่วยศึกษาการอนุรักษ์ต้นน้ำดอยกาด เป็นยอดดอยสูงที่สามารถขึ้นได้จากทั้ง 2 ฝั่งจังหวัด คือ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน และ อำเภอปง จังหวัดพะเยา เมื่อขึ้นไปด้านบนจะได้พบกับบรรยากาศของทุ่งหญ้าสีเขียวรอบล้อมด้วยทิวเขาสวยงาม

           ในสมัยก่อนที่นี่เคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ของประเทศไทย แต่ต่อมาในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงเข้ามาเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ จนทำให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่น และหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างกาแฟอาราบิก้าแทน ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นรายได้หลักของชาวบ้านที่นี่

                ไฮไลท์ คือ จุดชมวิวดอยสวนยาหลวง เป็นจุดที่เราจะได้ชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับวิวสวยรอบตัวแบบ 360 องศา โดยจะได้เห็นทั้งไร่กาแฟกว้างใหญ่ และทิวเขาสลับซับซ้อนเบื้องหน้า รับรองว่าสวยจนอดแชะภาพกันรัวๆ ไม่ได้แน่นอน ส่วนที่ด้านบนเขาก็จะมี พระพุทธรูปปางประทานพร ซึ่งถูกอัญเชิญขึ้นมาไว้บนนี้เพื่อให้ท่านคุ้มครองรักษาชาวบ้านสันเจริญ และให้นักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพรกัน

           ดอยสวนยาหลวงสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู แต่อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังมากหน่อยในฤดูฝน เพราะการเดินทางค่อนข้างลำบากกว่าฤดูอื่นๆ ถ้าเที่ยวช่วงฤดูร้อนอากาศจะเย็นๆ สบายๆ เหมาะแก่การหนีร้อนมาพึ่งเย็นเป็นที่สุด ส่วนฤดูหนาวนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะฮิตกว่าทุกฤดูอยู่แล้ว โดยเราจะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ กันตลอดทั้งทริปเลยทีเดียว 

                แต่การขึ้นไปถึงดอยสวนยาหลวงได้นั้นก็ใช่ว่าจะง่าย ต้องใช้รถ 4WD พาขึ้นไปเท่านั้น เพราะเส้นทางไม่ธรรมดาเลย เป็นถนนลูกรัง ค่อนข้างชัน คดเคี้ยว บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ ยิ่งในช่วงที่ฝนตกนี่ต้องพันโซ่ที่ล้อกันเลย

               ในส่วนของที่พัก จะมีโฮมสเตย์กลางสวนกาแฟของชาวบ้านไว้ให้บริการ พร้อมด้วยอาหารพื้นบ้านแสนอร่อย สายลมเย็นๆ และดวงดาวเต็มฟ้าไว้ให้นอนดูยามค่ำคืน ใครชอบนอนเต็นท์ก็ยิ่งฟินเลย

               นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่านที่สวยมากๆ แถมถ้าหากมาในฤดูที่แตกต่างกัน บรรยากาศก็ยังต่างกันอีกด้วย ใครที่เป็นสายแอดเวนเจอร์ เน้นการเที่ยวแบบลุยๆ มันๆ แนะนำว่าต้องมาที่นี่ให้ได้

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
tiewkanna

ที่เที่ยวต่างประเทศ “วิวสวยเสี่ยงตาย” อันตรายที่สุดในโลก

              สำหรับนักเดินทางท่องเที่ยวบางคนแล้ว นอกเหนือจากการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ดูความสวยความงามของธรรมชาติและสถานที่ต่างๆ ก็ยังมีอีกหนึ่งแรงบันดาลในการไปเที่ยว นั่นก็คือ การแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจให้กับชีวิต แต่ถ้าให้ทั้งสองอย่างที่ว่ามารวมอยู่ในที่เดียวกันได้ก็ยิ่งดีไปใหญ่ ดังสถานที่เที่ยวสวยแต่อันตรายที่สุดในโลก ที่เรากำลังจะพาไปแนะนำให้รู้จักต่อไปนี้

El Caminito del Rey, สเปน
El Caminito del Rey เป็นเส้นทางริมผาที่อันตราย และน่าหวาดเสียวสุดๆ ด้วยความที่เป็นทางเดินไม้แคบๆ รั้วกั้นเตี้ยๆ บางจุดก็ไม่มีรั้วเลย แต่ที่นี่ก็ยังเป็นที่เที่ยวยอดนิยมของสเปนอยู่ไม่เสื่อมคลาย เพราะวิวทิวทัศน์ที่สวยจนแทบจะลืมหายใจ แม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินตกผาเสียชีวิตบ่อยครั้งก็ตาม

The Doorway to Hell, เติร์กเมนิสถาน
หลุมไฟแปลกประหลาดตั้งอยู่กลางทะเลทราย มองเผินๆ เหมือนประตูอันมืดมิด แต่แท้จริงแล้วเป็นหลุมไฟที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของมนุษย์นักธรณีวิทยาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 และนับแต่นั้นก็เกิดการเผาไหม้มาตลอด

Trolltunga, นอร์เวย์
คำว่า Trolltunga ในภาษานอร์เวย์นั้น แปลว่า “ลิ้นของโทรลล์” ตามลักษณะที่เป็นแผ่นหินบางๆ ชี้ยื่นออกมาจากหน้าผาคล้ายลิ้น ที่ความสูง 2,300 ฟุต หรือประมาณ 700 เมตร เหนือทะเลสาบ ที่นี่จึงได้ชื่อว่าเป็นหน้าผาที่น่าหวาดเสียวที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็สวยที่สุดในโลกเช่นกัน

Acidic lake, Kamchatka, รัสเซีย
Acidic lake ทะเลสาบสีครามที่สวยที่สุดและอันตรายที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในดินแดนที่แสนสงบปราศจากมนุษย์อย่าง Kamchatka ประเทศรัสเซีย เพราะทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยก๊าซพิษความเข้มข้นสูง อันเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่เบื้องล่าง ในหน้าหนาวแม้หุบเขาโดยรอบจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่ทะเลสาบนี้ก็ไม่มีวันกลายเป็นน้ำแข็ง

Dallol Volcano, เอธิโอเปีย
Dallol Volcano หรือ ปล่องภูเขาไฟดาลลอลอันงดงาม ตั้งอยู่ในทะเลทรายดานาคิล ในเขตพื้นที่สามเหลี่ยมอะฟาร์ (Afar Triangle) จึงมีความร้อนสูงกว่า 50 องศา รวมทั้งยังมีปริมาณก๊าซพิษสูง และมีออกซิเจนน้อยมากจนแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาติบริเวณนี้ช่างสวยงาม

Yellowstone National Park, อเมริกา
Yellowstone National Park หรือ อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนนั้นเต็มไปด้วยบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อนกว่าหมื่นแห่ง ซึ่งอุณหภูมิของน้ำบางจุดอาจสูงมากถึง 93 องศาเซลเซียส ตามบันทึกของหน่วยบริการอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่ามีผู้เสียชีวิตเพราะตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อนอยู่บ่อยครั้ง และที่น่าตกใจก็คือ เคยมีเหตุชายชาวอเมริกันพลัดตกบ่อน้ำพุร้อนที่นี่ พอวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่อุทยานได้พยายามเข้ามากู้ร่าง แต่ก็พบว่าร่างของเขาได้ละลายไปหมดเหลือแต่กระดูกเนื่องจากความร้อนและความเป็นกรดสูง

ใครอยากกระตุ้นอะดรีนาลีนให้หลั่งไปทั่วร่าง ก็ลองไปเที่ยวสถานที่เหล่านี้กันดูได้นะ

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
tiewkanna

“ทุ่งแสลงหลวง” ดินแดนสะวันนาเมืองไทย

               อากาศร้อนๆ แบบนี้ อยู่บ้านเฉยๆ ก็เบื่อ เปิดแอร์นอนดูซีรีส์ก็เปลืองไฟ เลยอยากจะชวนทุกคนหนีร้อนไปหาธรรมชาติ ไปมองสีเขียวๆ รับลมเย็นๆ ให้ร่างกายได้ฟินกันดีกว่า โดยวันนี้เราจะพาไป ทุ่งแสลงหลวง ซึ่งมีพื้นที่คาบเกี่ยวอยู่ใน 2 จังหวัด ของประเทศไทย นั่นก็คือ เพชรบูรณ์กับพิษณุโลก และได้รับฉายาว่าเป็น ทุ่งสะวันนาเมืองไทย จะงดงามแค่ไหน ตามมาดูด้วยกันเลย

               ทุ่งแสลงหลวง เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ อันดับ 3 ของประเทศไทย มีเนื้อที่กว้างขวางกว่า 7 แสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 5 อำเภอด้วยกัน ได้แก่ อำเภอวังทอง นครไทย เนินมะปราง ในจังหวัดพิษณุโลก และ อำเภอเขาค้อ วังโป่ง ในจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ป่าแห่งนี้จะมีพืชชนิดหนึ่งขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ ต้นแสลงใจ จึงเป็นที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง นั่นเอง

                พื้นที่ภายในอุทยานฯ มีลักษณะเป็นเนิน มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม รวมถึงมีสภาพแวดล้อม และธรรมชาติที่สวยงามหลากหลาย เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด ส่วนสภาพอากาศทั่วไปของที่นี่ ก็มีอุณหภูมิที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยว โดยในช่วงฤดูฝน เดือนมิถุนายน –  ตุลาคม จะได้อารมณ์ของป่าไม้สีเขียวสดชื่น และในเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ จะมีอากาศหนาวเย็น

              แหล่งท่องเที่ยวภายในเขตอุทยานฯ ก็จะมีตั้งแต่ น้ำตกแก่งโสภา น้ำตกวังนกแอ่น ส่วนในฝั่งพื้นที่ทางด้านตะวันออกและตอนกลางของอุทยานฯ จะเป็นบริเวณของป่าสนและทุ่งหญ้าสะวันนา ทั้งทุ่งแสลงหลวง ทุ่งพญา ทุ่งโนนสน ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเดินป่าและกางเต็นท์กันเป็นจำนวนมาก

               ในส่วนของ ทุ่งแสลงหลวง จะอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาปรามาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา โล่งกว้าง บนเนื้อที่กว่า 16 ตารางกิโลเมตร บางครั้งจะได้พบเห็นสัตว์ป่าออกมาหากิน และมีพันธุ์ไม้ดอกสวยๆ ให้ได้ชมเยอะมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ นั่นก็คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสนด้วย

               สำหรับการเดินทางมาเที่ยว ทุ่งแสลงหลวง หากขับรถมาเองสามารถมาได้จากทั้งฝั่ง เพชรบูรณ์ ไปทางอำเภอหล่มสัก และฝั่งพิษณุโลก หล่มสัก ส่วนใครจะมารถประจำทางสาย พิษณุโลก – หล่มสัก – เพชรบูรณ์ เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 80 ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ แต่ต้องต่อรถหรือเหมารถสองแถวไปยัง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งฃาติที่ สล.8 ( หนองแม่นา) ก็จะถึง ทุ่งแสลงหลวง อาจเดินทางยากนิดหน่อย แต่รับรองว่า ถ้าได้มาถึงแล้วจะต้องรู้สึกคุ้มค่ามากๆ

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน 

Categories
tiewkanna

คู่มือการเดินทางสำหรับผู้จะไปเยือนอินเดียเป็นครั้งแรก         

   ประเทศ อินเดีย นับเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมอันหลากหลาย ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และประเพณีที่มีชีวิตชีวา นั่นทำให้อินเดียกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจ สำหรับผู้ที่จะไปเยือนอินเดียครั้งแรก เพื่อให้แน่ใจว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นความทรงจำที่ดี การวางแผนล่วงหน้า และทำความคุ้นเคยกับประเทศนี้อย่างถ่องแท้เสียก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือคู่มือที่อยากให้ลองศึกษากันก่อนออกเดินทาง

วีซ่าและเอกสารการเดินทาง
ก่อนการเดินทาง ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ แนะนำให้ยื่นขอวีซ่าล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากในนาทีสุดท้าย และต้องไม่ลืมทำสำเนาเอกสารการเดินทางแยกเก็บไว้ต่างหากเพื่อความปลอดภัยด้วย

ช่วงเวลาที่ดีในการท่องเที่ยว
เนื่องจากอินเดียมีสภาพอากาศที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาคต่าง ฉะนั้นช่วงเวลาท่องเที่ยวที่ดีที่สุดจึงขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางที่จะไป แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วฤดูหนาว (ตุลาคม-มีนาคม) จะมีอากาศสบาย แต่บางภูมิภาค เช่น เทือกเขาหิมาลัย เหมาะที่จะไปเยือนในช่วงฤดูร้อนมากกว่า (เมษายน-มิถุนายน) ส่วนฤดูมรสุม (มิถุนายน-กันยายน) อาจเกิดฝนตกหนัก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในการสัมผัสทิวทัศน์อันเขียวขจีของอินเดีย

การเลือกจุดหมายปลายทาง
อินเดียเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ และมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่นับไม่ถ้วน สำหรับผู้จะไปเยือนครั้งแรก มีเมืองที่ไม่ควรพลาด คือ เดลี (ที่ตั้งของทัชมาฮาล) และ ชัยปุระ ซึ่งเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน จึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันน่ามหัศจรรย์ของอินเดีย ส่วนสถานที่อื่นๆ ที่ต้องไปเยือน ได้แก่ ชายหาดอันบริสุทธิ์ของกัว น้ำนิ่งอันเงียบสงบของเกรละ ป้อมปราการ และพระราชวังอันโอ่อ่า

มารยาททางวัฒนธรรม
เมื่อไปเยือนอินเดีย เราควรแสดงความเคารพต่อคนในท้องถิ่น ด้วยการแต่งกายให้สุภาพ โดยเฉพาะเมื่อไปเยี่ยมชมศาสนสถาน และถอดรองเท้าก่อนเข้าวัด ทักทายผู้คนด้วยการนมัสเตอย่างอ่อนโยน (พนมมือเข้าหากัน) และอย่าลืมขออนุญาตผู้คนก่อนจะถ่ายภาพพวกเขาด้วย

การคมนาคมขนส่ง
ในอินเดียมีเครือข่ายการคมนาคมที่เชื่อมต่อกันอย่างดี จึงมีตัวเลือกมากมายสำหรับการเดินทาง เที่ยวบินภายในประเทศก็สะดวก แต่พาหนะยอดนิยมของที่นี่ คือ รถไฟ ซึ่งให้ประสบการณ์แบบอินเดียแท้ๆ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้า หากเดินทางแค่ระยะสั้นๆ ก็สามารถจ้างรถแท็กซี่ท้องถิ่น ตุ๊กตุ๊ก หรือ รถสามล้อ ที่มีอยู่ทั่วไปได้ แต่ควรต่อรองราคาก่อนใช้บริการ

อาหารและสุขอนามัย
อาหารอินเดียมีชื่อเสียงในด้านรสชาติและเครื่องเทศ ฉะนั้นเมื่อไปถึงถิ่นแล้ว ก็ควรถือโอกาสลองชิมอาหารท้องถิ่น แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยของอาหารริมทาง ควรดื่มน้ำจากขวดที่พกติดตัวไป และหลีกเลี่ยงการกินผักผลไม้ที่ยังไม่สุก

ข้อควรระวัง
แม้จะเช็คข้อมูลมาอย่างดีแล้วว่าสถานที่จะไปเป็นที่ปลอดภัย แต่ก็ควรระมัดระวังอยู่เสมอ เก็บของมีค่าให้ปลอดภัย และระวังนักล้วงกระเป๋าในจุดที่มีคนพลุกพล่าน ใช้บริการขนส่งที่เชื่อถือได้ และอย่าคนเดียวในเวลากลางคืน

              หากทำตามคู่มือนี้ได้ทั้งหมดก็พอจะมั่นใจได้ว่า การไปอินเดียครั้งแรกจะมอบประสบการณ์ที่ดี และน่าจดจำให้อย่างแน่นอน

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลางภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com สามารถติดตามทาง page Facebook กิน นอน เที่ยวไหน