จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ

จ.บึงกาฬ

เที่ยว จ.บึงกาฬ ไม่ไปไม่รู้ว่าอลังการกว่าที่คิด

จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่ 77 ซึ่งตั้งอยู่ทางภาตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หลายคนคิดว่าคงไม่มีที่เที่ยวที่น่าสนใจ จึงไม่เคยวางโปรแกรมที่จะไปท่องเที่ยวที่จังหวัดนี้ ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนไปดุกันว่า บึงกาฬก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวย บรรยากาศดี น่าประทับใจไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ จริงไม่จริงตามไปดูกันเลย

จ.บึงกาฬ
จ.บึงกาฬ

1.หินสามวาฬ

สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในกลุ่มท่องเที่ยว UNSEEN THAILAND จึงเป็นสานที่ท่องเที่ยวที่เป็น highlight ของจังหวัด ที่นี่เป็นโขดหินทรายขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ แยกออกเป็น3 ก้อนขนาดลดหลั่นกันไป มองดูแล้วเหมือนปลาวาฬ พ่อแม่ลูกกำลังว่ายน้ำอยู่เคียงกัน สวยงามแปลกตามากๆเลยล่ะค่ะ

โดยหินสามวาฬ ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของภูสิงห์ พื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ถือเป็นจุดชมวิว และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยงาม มองเห็นผืนป่าสีเขียวสุดลูกหูลูกตา และมองเห็นแม่น้ำโขงได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครจะวะมาเที่ยวที่นี่ตอนหน้าฝนต้องสวมรองเท้าที่มีการยึดเกาะพื้นได้ดีจะได้เดินเที่ยวได้อย่างมั่นใจไม่ต้องกลัวลื่น

จ.บึงกาฬ
จ.บึงกาฬ

2.ภูทอก

เป็นสถานที่เที่ยวต่อมาก็ถือเป็นพิกัดห้ามพลาดของบึงกาฬที่ ที่เรียกว่าเป็น  Amazing Thailand เพราะเป็นเขาสองลูกมีขนาดเล็กใหญ่เชื่อมต่อกันอย่างสวยงามเสมือนงานปะติมากรรม ที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ถือ เป็นศาสนสถาน แห่งหนึ่งเพราะมีวัดและสถานที่ปฏิบัติธรรมอยู่บนภูทอก ซึ่งบนภูทอก

จะมีบันไดเวียนและมีสะพานไม้เวียนรอบๆเขา เพื่อเป็นทางพาไปยังจุดชมวิวและสถานปฏิบัติธรรม ณ วัดภูทอกที่ตั้งอยู่ด้านบนของภูทอกภูทอกนั้นมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยชั้นที่คนนิยมขึ้นไปมากที่สุดคือชั้น 6 เพราะจะมีหน้าผายื่นออกออกไป สำหรับเป็นจุดชมวิว

แต่ถ้าใครที่อยากมานั่งสมาธิก็ให้ขึ้นไปได้ที่ชั้น 5 เพราะชั้น 5 จะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเป็นกุฏิของพระสงฆ์ ที่ชั้นนี้ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก

จ.บึงกาฬ
จ.บึงกาฬ

3.น้ำตกถ้ำพระ

เปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสความชุ่มฉ่ำกันที่น้ำตกถ้ำพระสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกสวยงาม ที่หลายคนมาเช็คอินน์กัน จุดเด่นของน้ำตกนี้ คือที่มีสไลเดอร์โขดหินแบบธรรมชาติให้ได้เล่นกัน   เรียกว่าใครได้ลองเล่นแล้วสนุกสุดๆ อยากจะกลับไปเล่นซ้ำอีก  แต่ขอแนะนำให้มาเที่ยวน้ำตกถ้ำพระในช่วงหน้าฝนนะ น้ำจะเยอะและสวยงาม

การเดินทางไปเที่ยวน้ำตกถ้ำพระต้องเดินทางด้วยการนั่งเรือเข้าไปประมาณ 20นาที และเดินเท้าต่อไปอีก 300 เมตร ซึ่งจะก็บรรยากาศและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สนุกไปอีกรูปแบบหนึ่ง

          น้ำตกที่นี่มี 3 ชั้น โดยชั้นที่ 1 จะมีพุทธรูปประดิษฐานไว้บนหน้าผา ให้นักท่องเที่ยวมากราบสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

จ.บึงกาฬ
จ.บึงกาฬ

4.น้ำตกเจ็ดสี

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่ 4 เราจะพาคุณไปตามหาสายรุ้งกัน น้ำตกเจ็ดสีตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ที่นี่เป็นน้ำตกตื้นๆที่สามารถนั่งพักผ่อนแช่น้ำได้  เหมาะกับการมาเล่นน้ำให้ชื่นฉ่ำ แถมยังมีhighlight เด็ดคือ จะเห็นสายรุ้งที่เกิดจากละอองน้ำกระทบจากแสงแดดให้ได้ชมอีกด้วย

          น้ำตกเจ็ดสีมีทั้งหมด 4 ชั้น และถ้าเดินขึ้นมาถึงชั้นที่ 4 ก็จะพบกับความอลังการของผาหินสูงประมาณ 13 เมตร ที่มีน้ำตกตกลงมาอย่างสวยงาม และสามารถเดินไปเล่นน้ำโดยให้น้ำตกลงมากระทบชุ่มฉ่ำกายใจได้เลย

จ.บึงกาฬ
จ.บึงกาฬ

5.ภูวัว  

ซึ่งในเขตพันธุ์รักษาสัตว์ป่าภูวัวนี้ เป็นพิกัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ กางเต้นท์นอนดูดาวยามค่ำคืนกันจำนวนมาก ซึ่งการเดินป่าต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงกว่าๆ โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่ที่ทำการรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และจุดสิ้นสุดอยู่ที่ลานหินอเมริกา ตลอดเส้นทางกะเจอกับพันธุ์ไม้นานาชนิด น้ำตก จุดนั่งชมวิวผานางคอย

และผ่านป่าไผ่ก่อนจะถึงลานหินอเมริกาซึ่งเป็นจุดกางเต้นท์ แต่ที่ต้องเตรียมตัวคือ ระหว่างทางจะเจอกับความลื่น ดังนั้นจึงควรใส่รองเท้าที่มีคุณสมบัติในการยึดเกาะพื้นจะดีที่สุด เพราะเนื่องจากเส้นทางที่เดินป่าจะพบกับก้อนหินที่มีตะใคร่น้ำเกาะ แต่รับประกันว่าถ้าได้มากางเต้นท์ที่ภูวัวสักคืนบนลานหินอเมริกา เพื่อนๆจะได้ชาร์ตพลังจากธรรมชาติกลับไปอย่างเต็มอิ่มอย่างแน่นอน

และทั้งหมดคือ 5 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ ไม่

ธรรมดาเลยใช่ไหม โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขา น้ำตก  ดังนั้นถ้าเพื่อนๆมีเวลาและโอกาสมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเมื่อไหร่ อย่าลืมจัดโปรแกรมไปท่องเที่ยวเที่ยวที่บึงกาฬกันด้วยนะ

สถานที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ที่รวม ที่เที่ยว ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไว้ที่นี่ทั้งหมด เที่ยวไปกับเรา tiewkanna.com

Facebook
Twitter
WhatsApp
Email